วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

:+:SLE Story by Aomy Shy:+: #ภาค1-ปีแรกกับชีวิตที่มีเธอ...เจ้า SLE

บันทึกเรื่องราวชีวิตที่.........เริ่มมีSLE มาอยู่ด้วย
#
ภาค1-ปีแรกกับชีวิตที่มีเธอ...เจ้า SLE
         เริ่ม....มีSLE มาเป็นเพื่อนในชีวิต(อย่างถาวร) ปี 2554 (2011) อย่างเป็นทางการเลยก็ว่าได้ เพราะตรวจ lab อย่างชัดเจน กับทางโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
เพราะซมซากลับไปหา คุณหมอท่านเดิม (ท่านที่เคยเจาะเลือดเรา ตอนปี 2552 เพราะตอนนั้นไปหาหมอเพราะปวดข้อเท้า แต่คุณหมอวินัยทำการจับตรวจเลือด พบว่าเป็นรูมะตอยด์...แต่ยังไม่เป็น SLE)นะ แต่หลังจากปี 52 ก็ไม่ได้อะไรมา ยังคงใช้ชีวิตแบบคนที่ชอบ adventure เข้าป่า ถ่ายรูป ดำน้ำลึก ตากแดด เที่ยวธรรมชาติไปเรื่อย จนปลายปี 2553(ซักเดือน ตุลาคม) รู้สึกตัวเองปวดข้อ เจ็บใต้ฝ่าเท้า ผมเริ่มร่วง นน.ลดลง ปวดร้าวทุกครั้งแม้ยามหลับตา (ขนาดนอนเอามือก่ายหน้าผาก พอนอนๆอยู่แล้วมือที่ก่ายไหลหล่นลงมายังเจ็บปวดจนตื่น) หลังๆ เริ่มเริ่มหนัก จนตอนตื่นต้องให้คุณแม่มาหิ้วปีก ยกตัวเราขึ้นแล้วหาผ้าอุ่น น้ำอุ่นมาประคบและแช่ ไม่งั้นลุกเดินไม่ไหว เจ็บปวดจนยกมือมาถอดสายชุดชั้นในไม่ได้ ยกมือไม่ได้เพื่อมาอาบน้ำ สระผม หลังๆ หัวเข่าแทบไม่มีแรง ปวดไปทุกข้อ แต่!! ฉันก็ยังมาทำงานแบบหนักหน่วงข้ามวันข้ามคืน จนหลังๆไม่ไหว หน้ามีผื่น ผอมลง และไม่มีแรง ตอนนั้น(ปลายปี 53) ก็ได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลแห่ง 1 ว่าด้วยอาการที่เกิดจากข้อ และทุนเดิมที่เป็นรูมะตอยด์ (อ้างอิงแลปตอนปี 52) ก็ได้รับยาเป็นเพรดนิโซโลน ,ไฮดรอกซี่ แต่อาการไม่ดี เลยเปลี่ยนไปหาหมอคนอื่น
อ้อมตอนปี2553-ก่อนตรวจพบว่าเป็น SLE
            นอกจากอาการที่เห็นจากภายนอก ช่วงปลายปี 53 ยังมีโอกาสได้ไปตรวจสุขภาพ(เพื่อเปลี่ยนงาน) พบผลแลปว่ามีเลือดปนมากับผลตรวจปัสสาวะด้วย เลยแอบตกใจ แต่ตอนนั้นยังไม่แน่ชัดว่าเพราะ SLE หรือเพราะอะไรกันแน่ (มีสัญญาณมาละ)

      ปี 2554 : ฝันร้ายเมื่อได้รู้ เป็นSLE แน่ชัด ....เสียใจค่ะ รับไม่ได้ ยอมรับเลยว่า 3 เดือนแรกร้องไห้ตลอด แอบน้อยใจในโชคชะตา แต่ก็เสียใจได้ไม่นาน ก็ลุกมาปรับ เปลี่ยน เรียนรู้(โรค) และยอมรับ(ที่จะมี SLE) ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

ปลายปี2553-ผมร่วงและบางลงปวดข้อตลอด

อาการที่แสดงออกในปี 2554

  •    ลงระบบข้อเป็นหลักค่ะ ปวดข้อ มือบวมช่วงเช้า กำมือแถมไม่ได้
  •    ลงระบบเลือด(อันนี้คงเป็นทุกคนที่ป่วย) ผลเลือดทั้งWBC,HGB,HCT, Platelet Count เป็นต้น มันตกหมดเลยทุกค่า
  •    ลงผิว แอบมีรอยช้ำ รอยแดงให้ตื่นเต้นตลอด ทุกช่วงเวลา ไม่ว่าตอนเช้า หรือตอนไหน(ที่ไปเจอสิ่งเร้า)
  •    ลงผม แค่ลมพัดผมยังร่วงปลิวหลุดเลย อืม หัวจะล้านไหมนี้
     และมักจะมีอาการไข้สูงๆ ตัวร้อนๆ แผลในปาก ประจำเดือนออกมามากผิดปกติ (แล้วแต่เดือน) อ่อนเพลีย
การรักษาในปี 2554

  •    เพรดนิโซโลน สูงสุด 4 เม็ดต่อวัน
  •    ไฮดรอกซี่คลอโรควิน 1 เม็ดก่อนนอนทุกวัน
      ก็ยังไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก เพราะทุนเดิมไม่ใช่คนผอม หรืออ้วนมาก แต่หน้าแอบอวบๆ(แต่ดูดี)  นน. ยังไม่ขึ้นจนเห็นชัดว่าแตกต่าง แอบผิวคล้ำเพราะตอนนั้นทานยาไฮดรอกซี่ตอนมื้อเย็น(กลัวลืม) แล้วยังเจอแสงเยอะ เลยผิวคล้ำ หลังๆเปลี่ยนมาทานก่อนนอน (แบบว่ากินปุ๊บ ปิดไฟปั๊ม)

ตอนการรักษาปี 2554
  1. รักษาด้วยโดสไม่สูงมาก แค่เพรด 4 เม็ด และไฮดรอกซี่คลอโรควิน 1 เม็ดก่อนนอนทุกวัน
  2. ผลเลือด ยังสวิงดีบ้าง แย่มาก ไปเรื่อยค่ะ (ยังไม่มีตรวจปัสสาวะ)
  3. มีอาการแปลกๆมาให้พบเจอ และตกใจเสมอ อาทิเช่น  แผลในปากตำแหน่งบนเพดา เป็นจ้ำๆตามผิวหนัง หน้า-ตัว เป็นผิวบาง และคล้ำ ผิวไวต่อแสง
  4. เหนื่อยง่าย
  5. เนื้อตัวช้ำง่าย ไม่ได้ชนอะไรก็เขียว ม่วงได้ละ
  6. ผมบางเรื่อยๆ แต่ก็พอมีผมบ้าง


สิ่งที่ทำ และสิ่งที่เลี่ยง
1.งดกิจกรรมดำน้ำ (หมอห้ามเด็ดขาด)
2.ศึกษาโรค และเข้าใจโรค ปรับตัวมากๆ (แม้จะยังดื้ออยู่)
3.งดไปที่แออัด ไม่เข้าโรงหนังเลย ไปห้างบ้าง ไม่ไป JJ เลย
4.งดตากแดด กลางร่มเป็นนิจ ทากันแดดตลอด ใส่เสื้อคลุม
5.ทานอาหารสุก สะอาด เรียกว่าหิ้วปิ่นโตมาจากบ้านตลอด
6.ไม่เครียด(ทำยากมาก)
7.นอนให้เยอะๆ(อันนี้พยายามแก้ เพราะเดิมที่นอนเฉลี่ยวันละ 3-4 ชั่วโมงเอง)
8.ยิ้มให้ตัวเองเยอะๆ มีความสุข
9.ทานยาตรงเวลา และไปพบหมอตรงเวลา พร้อมจดข้อสงสัยไปสอบถามหมอตลอด
10.หากความรู้เกี่ยวกับโรค และ สังเกตุตัวเอง
11.ไม่ท้อค่ะ
12.ทำบุญ สวดมนต์ มีเมตตา ถือศีลห้า(อันนี้ทำแล้วมีความสุขใจ และเป็นคนดีก็เลยฝึกให้เป็นนิสัย)

     แต่ก็ว่าไป ปีแรกที่เป็นยังแอบดื้อด้าน ดิ้นรน พร้อมเข้าใจว่าการได้ลดยาไวๆนั้นคือหาย แอบต่อรองกับหมอขอลดยาที่ละเยอะๆไวๆ  แต่หารู้ไม่ นั้นคือหายยะ (จะเสี่ยงโรคกำเริบได้ง่าย) ทำเป็นรู้มาก ทำการบ้านก่อนไปหาหมอ เช่น ตลอดปี 2554 ก็เรียกแทบว่า เกือบได้หยุดยาแล้วนะค่ะ พอปลายปีแอบมี จ้ำๆบนฝามือ น้ำหนักลด รู้สึกไม่แข็งแรง ก็คิดว่าเราคงงานหนัก(รับสิ้นปี) ไม่ได้ออกกำลังกายมั้ง(เลยไปลงครอสที่fitness และ ซื้อ Trainer) ลงทุนหลายหมื่น จร้า เพราะคิดว่าออกกำลังกายแล้วจะแข็งแรง ตอนนั้นแอบดีใจ ได้ทานยาน้อยลง ทานวันละ 1 เม็ด สลับ กะครึ่งเม็ดค่ะ แต่เราดิ คิดว่ายาน้อยแล้วคือเราเก่ง หายดี ดันประมาทใช้ชีวิตประมาททำงานหนัก คร่ำเคร่ง แล้วก็ดันไปต่างประเทศ กินแปลกแ ละแหลกราน พร้อมเดินกระจาย นอนดึกทีต่างแดนต้อนรับปีใหม่เลย แม้ประเทศนั้นอากาศจะเย็นก็ตาม แต่มันมีแดดนะจ๊ะ  ^^

ข้อเตือนใจ
     คงจะจริง ปีแรกของคนที่เคยแข็งแรง กลับมา มีป่วย หรือมีโรคประจำตัว มันเป็นปีแห่งการดิ้นรน แซะแสวงหา หนทาง วิธี และทางออกเพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพที่แข็งแรง แม้ลึกๆก็รู้(แต่ไม่ยอมรับ)ว่าโรคนี้ไม่หาย! ย้ำว่าไม่หาย! แต่สงบได้  สิ่งที่ทำแล้วอยากแชร์ (มีทั้งพฤกติกรรมที่ดีและไม่ดี)
  1. ทานอาหารเสริม (ไม่ขอระบุ) หมดเป็นหมื่นๆ ตกเป็นเหยื่อของผู้ที่หาโอกาสจากคนป่วย(คุณหมอประจำตัวชอบพูดแบบนี้ หมอบอกว่า กินเข้าไป 15,000 กินแล้วสบายใจกินไป เพราหากมันใช่การรักษาผมเอามารักษาคุยแล้ว ทานไป15,000 ปัสสาวะออกมาก็คงราวๆ 12,000-13,000 ที่เหลือตกค้างอยู่ที่ตับ ไต แล้วยังไงก็ค่อยมารักษาลกันครับ....เงิบ!!! ฟังไปก็จริง(ไม่ได้โกรธหมอ) แต่ก็ถูกของหมอ ฮาฮาฮา หยุดกินเลยค่ะ
  2. ลองทั้งไปหาหมอทางเลือก(หมอแมะ) ก็ยังโอเคนะค่ะ หมอเค้าแนะนำการกิน You are what you eat แต่มันก็ตรึงเกิน บางอย่างก็ทำยากเราเครียดไป แต่ก็ได้ความรู้ นำมาปรับใช้บางเรื่อง เช่นไม่ทานขนมถุงๆ(มันมีโซเดียมเยอะ) ไม่ทานน้ำปลา ไม่ทานเบเกอรี่ ไม่ทาน Junk Food (แอบมีให้รางวัลตัวเองบ้าง) ไม่ทานของทอด(อันนี้เห็นด้วยเลยตั้งใจทำ) และอีกหลายๆอย่าง แม้แต่การไม่ใช้เครื่องสำอางค์เลยด้วยซ้ำไป
  3. แต่ข้อผิดพลาดเพราะดิ้นรนหาทางออก ที่ผิดมหันต์ คือการที่หันไปลองทานยาหม้อ(แม้มันจะเป็นสมุนไพร)ก็ตาม จำขึ้นใจเลย นี้แค่ทานไปหม้อเดียว (ซัก 3-4 วัน) รู้สึกไม่ใช่แนว(ประกอบกับมันยุ่งยาก ต้องมาต้ม มาอุ่นมาตวง แถมไม่หร่อยเลย) จบค่ะ 
โมเมนต์แย่ๆ & รูปเก่าๆ
      อาการของ SLEมันไม่แน่นอน เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทุกระบบ และทุกเวลา ปีแรกที่เป็นมา ประสบพบเจอเรื่องราวแย่ๆ ไม่ว่าจะผมร่วงเอ่ย หน้าผี(หน้าผี) มือเป็นจ้ำ แต่ก็ต้องทน 
ผมร่วงแบบทั่วๆกัน
เป็นจ้ำแดงที่มือและทั่วไป

ตื่นมาหน้าก็เป็นจ้ำ ชำๆเลือดแบบนี้
หน้าเห่อแดง ช้ำทุกมุมมอง
ยอมรับว่าแรกๆรับไม่ได้เลย ตื่นมาร้องไห้ อายเวลาคนมอง
แอบเสียใจทักครั้งทีคนทัก(ทำไมหัวขาว ผมหายไปไหน)
ทำไมหน้าบานจัง ทำไมผิวเป็นจ้ำแบบนี้
สาระพัดคำทักทาย(ที่แสนเจ็บปวด)
แต่นั้นละทำให้อ้อมฉุกคิดว่า หากเราไม่ต้องการที่แย่ลงไปกว่านี้ เราจงรีบมาดูแลตัวเอง
"รู้ก่อน รักษาก่อน เข้าใจโรคก่อน เราแข็งแรงก่อน"



ยังไม่จบนะค่ะ ติดตามตอนต่อไป>>:+:SLE Story by Aomy Shy:+: #ภาค2-ปีที่2 SLE กำเริ่มที่ไต...ปีที่โหดร้ายมากๆของฉัน



วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พบหมอ::เดือนกรกฎาคม 2557>> วันทีรอคอย วันหยุดยา และโรคสงบ

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2557 
วันแห่งการรอคอย
วันที่ลุ้นสุดตัว
วันที่มีความหวัง(ว่าจะได้ดี)
5555 วันที่ีดีที่สุดของฉันเลยก็ว่าได้  >> วันที่ฉันมีความสุขที่สุด

        ก็เป็นอีกวันที่ต้องเดินไปหาหมอ ตรวจCheck Up ตามเรื่องตามราวของคนที่มีโรคประจำตัว
แต่ปี 2557 นี้ เรียกว่ายังดี ไม่ถึ่เท่าไรคะ เพราะตรวจทุก 2 เดือนครั้ง
เราก็ ทานยาโดสต่ำๆ แค่เพรด 1 เม็ดวันเว้นวัน มาตั้งแต่ปลายปี 56 แต่หมอ ยังอยากดูอาการไปเรื่อยก่อน จนพ้นหน้าร้อน หรือเรียกว่าเข้าหน้าฝน หากร่างกายและผลออกมาดี จะหยุดยา(นี้คือคำสัญญาที่หมอให้ไว้)


       ไอ้เราก็แอบดีใจ มีความหวังเล็กๆ เลยมีแรงบรรดาลใจค่ะ ว่าจะต้องดูแลตัวเองดี จะได้แข็งแรง(จริงๆ) แล้วคุณหมอจะได้ลดยาให้ (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การลดยาไวไม่ได้ตอบโจทย์ว่าเราดีขึ้นจริง>>>แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเรามากเท่านั้น)


        มาเข้าเรื่องกันดีกว่า
วันนี้ก็ตามเคยไปหาหมอ เจาะเลือด ตรวจฉี่ ตามเคย แถมมะคืนกิน Ootoya ไปซะsetโต 555 (มาคิวแรกเลยนะวันนี้)





นังเพลินๆ หันไปเห็น จอทีวีที่แนะนำแพทย์ อั๊ยยะ>> มีหมอสุดเก่งของเราด้วย 

เพราะมาเช้าแวบเดียวก็ได้ผลแล้ว ไปฟังผลกัน

:: ไปดูผลเลือดกะปัสสาวะกันค่ะ ::
 :::ผลเลือด:::
WBC : การนับจำนวนเม็ดเลือดขาว (ปกติ 5-10  10^3/ul)
   - DEC : 6.3            ===2556===           ===2557===  
   - Jan12 : 2.9          - JAN :  5.2               - JAN :  6.1
   - Feb : 3.5               - FEB : 5.4              - MAR :   6
   - Mar : 3.3               - Mar : 5.2               - May :  5.4
   - April : 16.0           - APR : 4.9              - Jul : 7.6
   - May :  11.6           - May :  7.5
  -  May/2 :  9.2
   - Jun : 9.2                 - Jun : 6.9
   - July : 8.1               - July : 6.2
   - Aug : 6.7               - Aug : 6.3
   - Sep : 11.5             - Oct :  5.5
   - Oct :  6.1
   -  Nov : 6.4
    - DEC : 4.9 

  HGB : คือการวัดปริมาณ Hemoglobin ในเม็ดเลือดแดง (ดูว่ามีภาวะโลหิตจางไหม) (ปกติ 12-16 g/dl)
     - DEC : 13.2         ===2556====           ===2557=== 
     - Jan : 12.2           - JAN : 12.9                - JAN :  12.8
    - Feb : 12.4            - FEB : 13.0               - MAR :  12.5
    - Mar : 11.8           -  MAR : 12.1               - May :   12.5
    - April : 12             - APR :  12.5                - Jul : 12.6
    - May : 13.2           - May :  13.3
    - May/2 : 14.1
    - Jun : 13.2             - Jun : 12.8
    - July : 12.8            - July : 12.3
    - Aug : 13.0            - Aug : 12.5
    - Sep :   13.3          - Oct : 12.4
    - Oct : 12.3
     - Nov : 12.9
     - DEC :  12.9                

 HCT : คือ การวัดเปอร์เซ็นต์ของปริมาตรเม็ดเลือดแดงในปริมาตรเลือดทั้งหมด
 (ส่วนใหญ่จะประมาณ 3 เท่าของค่า HGB) (ปกติ 37-47 %)
          - DEC : 39            ===2556====       ===2557===  
          - Jan : 37              - JAN : 39               - JAN :   39
          - Feb : 38              - FEB : 40              - MAR :  38
          - Mar : 35              - Mar : 37               - MAY :  38
          - April : 37            -  APR : 37              - Jul : 38
          - May : 39             - May : 39
          - May/2 : 41
           - Jun : 39              - Jun : 39
          - July : 38              - July : 37
          - Aug : 40             - Aug : 38
          - Sep : 40             - Oct : 38
         - Oct : 37
         - Nov : 38
         - DEC : 38       

Platelet Count (PLT) : คือการนับจำนวนของเกร็ดเลือด ต่อ mL ในเลือด  (เกร็ดเลือดมีความจำเป็นที่ทำให้เลือดแข็งตัว) (ปกติ 150-450  10^3/ul)
          - DEC : 229          ===2556=====       ===2557===  
          - Jan : 204             - Jan : 254                - JAN :   239
           - Feb : 224           - FEB : 247              - MAR :  272
           - Mar : 215            - Mar : 226              - MAY :  230
           - April : 325          - APR : 233              - Jul : 210
           -  May :  309        - May : 245
           -  May/2 :313
          - Jun : 241             - Jun : 297
          - July :  284           - July : 277
         - Aug : 255            - Aug :243
         - Sep :  334            - Oct : 226
         -  Oct : 253
         -  Nov : 266
         - DEC : 237

:::ผลปัสสาวะ:::
    Protein(PRO)  : Negative
    Blood     : Negative

  ::ยาที่ต้องทาน:: >> ไม่มีแล้ว หมอบอกว่าเรามาหยุดยากัน แล้วลองดู เพราะผลทุกอย่างของอ้อม ดีมาตลอด เรียกว่า โรคสงบมาเกิน 6 เดือนแล้ว ^^ 

 ::นัดครั้งถัดไป:: อีกสองเดือนมาพบกันใหม่ แต่หาช่วงนี้มีอาการไม่ดี หรือรู้สึกไม่ดี สามารถทานยาได้วันละเม็ดนะ(เพรด1 เม็ด) หรือจะรีบมาหาผมก็ได้ 

จบคลาสSLEจร้า

                  วันนี่ที่รอคอย! วันที่ดีที่สุด ต้องจาลึกลงประวัติการรักษาSLE>>หมอสั่งให้หยุดการใช้ยาทุกชนิด เพราะโรคสงบแล้วคะ ^^ดีใจมากๆ (เป็นsleตั้งแต่ปี54) ลงไตปี55ก็คิดว่าไม่รอดแล่ว ต้องพบต้องเจออะไรที่รับไม่ได้(ผมร่วง หน้าผี ผมแหว่ง ปวดข้อ ฉี่เป็นฟอง หน้าบาน ตัวบวม และสายตาของคนในสังคมที่มองมา คำถามที่ทิ่มแทงใจ>>แต่ก็ยิ้มสู้จนมีวันนี้ จากนี่ไป เราจะอยู่กับน้องเอสอย่างสงบ สาธุ^^
ขอบคุณครอบครัวที่คอยอ
ยู่เคียงข้างทุกยามดี&แย่
ขอบคุณพี่ๆน้องๆ ชาวsle clubที่ให้กำลังใจตลอดมาคะ
และที่ลืมไม่ได้ ที่รักที่ไม่เคยทิ้งกันไปแล
ะเลือกที่จะอยู่กับอ้อมตลอดไป
ขอบคุณหมอที่คอยดูแล และพร่ำสอน และอดทน ดูแลอ้อมอย่างดีมาตลอด
อยากขอบคุณ SLE ที่อยู่ดีๆเธอก็มาเป็นเพื่อนฉัน
SLE สอนให้เรารู้จักว่า อะไร สำคัญในการใช้ชีวิต
SLE สอนให้เรารู้จักอดทน อดกลั้น(มากๆ)
SLE สอนให้เราเข้มแข็ง
SLE สอนให้รู้จักมีความหวังและเชื่อมั่นว่าเราจะดีขึ้นได้
SLE สอนให้เราต้องไปเริ่มอ่านชีวะใหม่(เพื่อทำความเข้าใจร่างกาย)
SLE สอนให้เรารู้จัก หันมารักตัวเอง(ไม่รักก็ตายไปซะ)
SLE สอนให้รู้ว่า คนป่วย ก็สวยได้(อันนี้ขำๆ)
SLE สอนให้เรามีสติ (ไม่ประมาท)
SLE สอนให้เราเป็นคุณนู๋(เรื่องมาก) แต่ก็มีความสุขที่จะทำ
SLE ทำให้มีเพื่อน(ร่วมโรค) และเห็นมิตรแท้มากมาย
SLE เป็นอะไรที่พูดยาก...แต่ขอให้สงบไปนานๆนะ
SLE จะเรียกว่าโชคดี หรือโชคร้ายไม่รู้ !
SLE สอนให้รู้จักการให้
แต่ที่แน่ๆ รู้ก่อน รักษาก่อน เข้าใจโรค SLE ก่อนเราก็มีชีวิตแบบคนปกติได้คะ 

ตบท้าย 
การดูแลตัวเองตลอดมาที่เป็น SLE 
1.ทำความเข้าใจสิ่งที่เป็น และปรับตัว ปรับใจ และฝึกดูแลตัวเอง แบบที่เหมาะสม เช่นอะไรที่เค้าไม่ควรทำก็อย่าไปทำ
2.มีความสุข และสนุกกับการดูแลตัวเอง
3. ไม่เครียด และพยายามพักผ่อนให้เยอะ
4.ยิ้มให้ตัวเองบ่อยๆ จะได้มีความสุข 
5.ออกกำลังกายบ้าง(ช่วงไหนไม่เหมาะก็จะไม่ทำ)
6.ดูแลการกินตามเงื่อนไขที่เป็น เช่น หากลงไต จะไม่ทานเค๊ม ไม่ทานขนมถุง สรุป ทานแต่ของดีๆ
7.มั่นสังเกตุตัวเองบ่อยๆ (แต่ไม่ตรึงเกินไป)

วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

"สุขภาพที่ดีไม่มีขาย....อยากให้พุงย้อยหายไปต้องทำเอง"



::เริ่มต้น...ต้นเหตุของความอ้วน::       
        เริ่มต้นยังไงดีละ เขียนมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆ หันมารักสุขภาพกันค่ะอ้อมเองไม่ใช่ Sport Gal อะไรแบบนั้นนะค่ะ แต่มีเหตุต้องหันมาดูแลตัวเองซะหน่อย ก่อนอื่น อ้อมมีโรคประจำตัว(แพ้ภูมิตัวเอง) และพื้นฐานเดิมก็ไม่ใช้ผู้หญิงตัวเล็กอะไร ก็นน. ราว 48-55น. แต่แล้ว ความไม่แน่นอนในชีวิตก็บังเกิด >>SLE กำเริ่มค่ะ ลงไตไตรั่ว (โปรตีนรั่ววันละ 3000 mg/day) ฝันร้ายจร้า เพราะการรักษาเบื้องต้นที่อ้อมได้รับคือ ทานสเตรอย(หรือเพรดนิโซโลน) วันละ 12 เม็ด (จากเดิม วันละ 1-2 เม็ดไรงี้) ทานกันไป อยู่กันไป ร่างกายเปลี่ยน สังขารแย่ก็บังเกิด (โทษยา) 555 หน้าบาน(moon face) พุงห้อย ตัวบวม (ไม่รู้ว่าบวมน้ำ...จากไตทำงานไม่ดี) หรือบวมไขมัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องยิ้มสู้ (ไม่ต้องพูดถึงว่าผมร่วง หน้าผี และอีกๆหลายอย่าง)แต่ตอนนั้น เลิกห่วงสวยค่ะ สนใจแต่เรื่องสุขภาพ คือทนทานยาตามหมอสั่งแบบเคร่งครัด ปรับการกินให้เหมาะกะคนเป็นไตหน่อย ปรับสภาพจิตใจ เพราะเชื่อว่าเราต้องดีขึ้นได้ ทานยาโดสสูงมาตลอด จนไตเริ่มดี และ Negative แต่ใช่ว่าจะหยุดยาทันที่ และก็ใช่ว่าจะผอมเลยเมื่อยาน้อยเม็ดกลับกลายเป็นว่า Side Effectมันมาช้า(ไขมันนะ)และไปช้ามาก จาก 48 kg ทยานเป็น 56 kg (ภายใน 6อาทิตย์).... ละยาวไปแตะ 60kg. ภายในไม่ช้า ก็เลยต้องคุมอาหารเอา เพราะตลอดเวลาที่ทานยาเยอะๆ หมอไม่ให้ออกกำลังกายเลย>> ก่อนหน้าสมัครfitnessไปเพราะคิดว่าเราไม่แข็งแรง สรุปหมอเขียนใบรับรองแพทย์ให้งดทุกอย่า เสียตังค์ค่าfitness & Traniner ไปฟรี ๆ(มะก่อนเข้าใจผิดคิดว่าออกกำลังกายหนักมันดี..เล่นวันเด่ว 3-5ชั่วโมง)แต่หมอ บอกว่าแค่แกว่งแขน เดินช้าๆได้ อะไรทำนองนี้ แต่อย่าหักโหมเข้า class เป็นชั่วโมงๆ หนักแบบมะก่อน  
        โอเค พอนน.เยอะ เราก็พยายามคุม จนเสถียรที่ 58 kg. แต่มันก็แย่นะ บวมบานไม่หาย นมกะพุงจะเกยกัน นั้งก็แน่น เดินก็เหนื่อย บันได 3 ขั้นยังหอบ นั้งเฉยๆ หายใจยังเหนื่อย 555(พูดOverดีมะ) แต่แล้วความอดทน(กินยาและมั่นดูแลตัวเองเป็นผล)>>หมอบอกว่าเราเข้าภาวะปกติละนะ ที่อ้วนอยู่นี้ เพราะไขมันสะสมจากยา เลยขออนุญาติหมอว่านู๋ออกกำลังกายได้ยาง หมอบอกว่าได้ >>ก็เลยเริ่มศึกษา

::เริ่มอยากผอมกะเค้าบ้าง::   
       แรกๆ (ปลายปี 56 ) ยาลดลงละ ราวๆ วันละ1-2 เม็ด มันก็ยังไม่ผอม >>> คิดสั้นค่ะ อดข้าวเย็นเลย สรูปว่ามันก็ workนะ แต่พอมันถึงจุดนึง มันก็ไม่ลง แต่ตอนนั้นมันค่อยข้างได้ผลเพราะคงมีกิจทำเยอะ(เตรียมงานมงคลสมรส) เลยเดินบ่อย ขึ้นบันไดบ่อย555พอไปตัดชุุุด (ก็ยังอ้วน) แต่พอใกล้วันไปลองชุดสรุป ผอมลงค่ะ (เก็บชุดไทยแทบไม่ทัน) แต่ก็โอ หน้าไม่บานละ    ต่อมาต้นปี 57 ก็ยังพยายามตั้งใจออกกำลังกายอีกนั้นละ เพราะก.พ. 57 จะจัดงานแต่ง โอ้แม่เจ้า ทุกกิจกรรมทำให้เราต้องลดความอ้วน แอบยังอดอาหาร และพยายามไปยิม ไปเล่นเครื่อง(แต่ไม่ชอบวิ่ง...ขอบอกว่าไม่ชอบวิ่งเลย) ไปเล่น Eliptical ,ปั่นจักรยานบ้างไรงี้ยังไม่ยกเวทนะ แต่เล่นเครื่องบริหาร เล็กๆน้อย แบบมั่วซั่วนะค่ะ จนถ่าย Prewedding และ ใกล้วันงาน สรุป คงเหนื่อย 1 อาทิตยลดลงไป 3 โลแบบไม่ตั้งใจ ดังนั้น นน. ลงไปที่ 50-51 ได้จาก 58ค๊า 555 (แต่มันคงค่อยๆลดลงมานะแต่ไม่ค่อยได้ update นน.)แต่ดูแล้ว นน.ลงแต่ไม่เฟริมค่ะ แขนยังล้ำ พุงยังใหญ่ เอวตรงๆ นม(แอบหาย) แต่หน้าสวยเลยโอเค 5555    จนแล้วจนเล่า...หลังแต่งงาน (หลังเดือน กุมพาพันธ์ 57) ก็เริ่มคิดว่าต้องจริงจังละ หาเพื่อนออกกำลังดีก่า แอบเห็นน้องนิ้งและพี่สาวคนสวย(พี่เกว็น) Sport gal ไอดอลของเรา และพี่ๆที่AIS เริ่มfit กันใหญ่ ไอเราก็เห็นแล้วมีแรงบันดานใจก็เริ่มสอบถามและศึกษาค่ะ เมื่อเราเข้าใจว่าการออกกำลังกายที่สำเร็จนั้นไม่ใช่แค่ ออกกำลังกายเยอะๆนานๆ หรือเล่นเวทหนัก แต่เราต้องเข้าใจปัญหาของเราก่อนว่าเราว่าเราออกกำลังเพื่อ?1.สุขภาพ2. ลดนน. 3.สร้างกล้ามเนื้อ 4.คลายเครียด

::เมื่อตอบตัวเองได้...ก็จัดการ(ไขมัน)ซะ::     
       อ้อมตอบตัวเองว่า อยากสุขภาพดี เลยตั้งเป้าไว้ว่า ออกกำลังกายให้ได้ 3 วันต่ออาทิตย์ คุยกะน้องๆพี่ๆที่Fit ออกกำลังกาย ปรึกษาสอบถามไปเรื่อยค่ะ ก็เริ่มคิดว่าเอาไงดีนะเลยคิดว่าเริ่มจากออกกำลังกายที่บ้าน(ประหยัด และสะดวกสุดละ) แรกๆ แค่ 10 นาทีก็หอบรับประทานค่ะ แต่ยังไม่ย่อท้อ ก็ทำอีก ศึกษาอีก จึงทราบว่าการออกกำลังกายไม่ใช่การอดอาหาร ไม่ใช่การออกหนัก (เกินเป็นชั่วโมง)แต่เป็นการบริหารร่างกายแบบสม่ำเสมอ และต้องคุมอาหารการกิน(Clean Food) และต้องไม่ใจร้อนค่ะ

       พอนานๆวันไป ปรับพฤกติกรรม การกิน การนอน การออกกำลังกายให้อยู่ในกระแสเลือด ก็เริ่มจัดตารางการออกกำลังกาย เริ่มวัดไซส์ และเริ่มออกได้นานขึ้นมาวิเคราะห์สรีระ และถามตัวเองว่า ต้องเพิ่มอะไร แก้ไขอะไร (ไม่ได้อยากเป็นนักกล้าม) แค่อยากดูดี 555 ออกไปไม่นานตัวเริ่มเล็ก แต่เละ (ก็ไขมันไม่ออก เลยต้องเพิ่ม Cardio) แล้วทานอาหารให้ถูกกะกรุ๊ปเลือด(อันนี้ไปเรียนมาเลยนำมาใช้) เริ่มนอนให้มาก(ก่อนหน้านี้มีปัญหาการนอนค่ะ) และก็หัวเราะเยอะๆ สนุกกับการใช้ชีวิต ทำจิตใจให้สดใส(อันนี้สำคัญนะ) ไม่กดดันตัวเอง   สรุปว่า จริงทุกประการ อาหารการกิน 70% ออกกำลังกาย 30 % (บางคนจะแบ่งเป็น60%,20%และ 20%>กิน,ออกกำลัง, และนอน)


        ว่าไป อ้อมเองก็ลองผิดลองถูก ออกกำลังกายมั่วไปเรื่อยค่ะ แต่ไม่ประมาทเล่นไรแพลงๆ เพราะอ้อมไม่ใช่คนปกติ(มีโรคประจำตัว)พอเริ่มเอาจริงๆจังๆก็ เมษยน 57 แล้วก็เริ่ม ฝึกให้เป็นนิสัย (ไม่แอบอ้างเหตุผลว่ากลับดึก กินดึก) ทำเต็มๆ ก็แค่ไม่กี่เดือน ก็เห็นผลว่า ทุกอย่าง เริ่มเล็กลง(แย่ตรงที่อกหายไปด้วย) แล้วก็เริ่มทำให้ประจำ และคุมการกิน แต่สนุกกะการออกกำลัง แบบไม่พึ่งตัวช่วยอะไร นอกจากความตั้งใจของตัวเอง

:: เวบแนะนำเพิ่มความเข้าใจ ::

 เพื่อความเข้าใจ: Basic for the beginner 
https://www.facebook.com/weight.motivation.3/media_set?set=a.184517441754382.1073741853.100005883819926&type=3

และก็เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ : ก้นสวย หน้าท้องงาม by คุณนัทคลิกเลย...ก้นสวย หน้าท้องสวย by คุณนัท
Clean Food :รวมเมนูดีๆที่ทำได้และไม่อ้วน


:: ตารางการออกกำลังกาย::      อย่างที่บอกค่ะ อ้อมพยายามออกกำลังกายที่บ้านเอง และใช้ IPhone ให้เป็นประโยชน์ จะได้ไม่อ้างว่าไม่พร้อม แต่พร้อมจะออกกำลังกายได้ทุกที่ค่ะ
(ตอนนี้พยายามออกให้ได้ 5 วัน มีคาร์ดิโอ 2วัน และเวท3วัน)

Cardio 1-Fat Burning Cardiohttp://m.youtube.com/watch?feature=youtu.be&v=fcN37TxBE_s 

Cardio 2-Cardio Kick Boxinghttp://youtu.be/Vve4BVTZ0QU

Weight 1: Abs and Upper Body Strength Training Workout - Chest, Back, Arms and Abs
 
http://youtu.be/TKYPySNKZHo  

Weight 2 : Leg & Abs & buttockhttp://youtu.be/s50vvWgC5yM


Weight 3 : Shoulder & Arm & Backhttp://youtu.be/oUychjqfO8I

เพิ่มเติม >> http://youtu.be/RpfNMbM7jIc

หมายเหตุ บางที่ก็เล่นโยคะเองบ้าง ไปเข้าcalss เล่นเครื่องเองที่ยิม(บ.)บ้าง และใช้แอฟในไอโฟน เวลาคิดไม่ออกจะเล่นท่าไหน ^^ เวทอะไร 






















:: อุปกรณ์ที่ต้องมี...ที่บ้าน::1.เสื่อโยคะ
2.ดัมเบล(ตามที่เราไหวเลยแต่อ้อมเริ่มที่ 5ปอด์น)
3.รองเท้าผ้าใบ(คู่ใจเพื่อสร้างสีสันต์)
4. iPhone และ Media ต่างๆ ในการสร้างบรรยากาศ
5. TV Samsung & You Tube (Optionนะค่ะไม่ใช่ Must Have)

"สุขภาพที่ดีไม่มีขาย....อยากให้พุงย้อยหายไปต้องทำเอง"
ปล. อ้อมไม่ใช่ trainer ไม่ได้มาขายอะไร แต่อยากมาเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากมีสุขภาพที่ดี เย้ เย้ 
 >>>เป็นกำลังใจให้ทุกคน สนุกกับการดูแลร่างกาย และมีสุขภาพที่แข็งแรงค่ะ<<



Note เพิ่มเติม ตัวอย่างตารางที่อ้อมจัดเองตอนที่เริ่มออกกำลังกาย 
󾆢ตารางออกกำลังกาย󾆢
󾕎Monday        : Yoga (2H)
󾕎Tuesday        : Dumbbells chest + arms (30 mins)  >> Upper 
󾕎Wednesday  : Elliptical (30 mins)
󾕎Thursday      : Dumbbell leg + Butt (30 mins)  >>Lower 
󾕎Friday           : Taebo (40 mins)
󾕎Sat                : Dumbbells back + abs (30 mins)
󾕎Sunday         : Take a Rest

Lower:
1.Dumbbell Squat
2.Dumbbell DeadLift
3.Font Lunges
4.Donkey Kick

ท่าหน้าท้องนะคะ 
Russian twist
Windshield wiper
Spider plank
Side crunch 

knee crunch / 
side crunch / 
superman / 
flutter kick / 
single leg drop / 
windshield / 
russian twist / 
heel touch / 
leg drop/ 
mountain climber/
spider man

Week1:http://m.youtube.com/watch?feature=youtu.be&v=fcN37TxBE_s
Week2:http://youtu.be/Vve4BVTZ0QU

Weight 1 chest and bicep
http://youtu.be/NDw5dxst_ls

Weight 2 shoulder and back
http://youtu.be/oUychjqfO8I

Weight 3 legs
http://youtu.be/11JXbBBgfWg

Weight 4 Butt
http://youtu.be/I2PKsIVIsz

Weight Butt & Thigh
http://youtu.be/afghBre8NlI

󾆢󾭠ตัวอย่าง Clip ที่ชอบใช้ออกกำลังกาย󾭠󾆢
Cardio 1-Fat Burning Cardio
http://m.youtube.com/watch?feature=youtu.be&v=fcN37TxBE_s 

Cardio 2-Cardio Kick Boxing
http://youtu.be/Vve4BVTZ0QU

Weight 1: Abs and Upper Body Strength Training Workout - Chest, Back, Arms and Abs 
http://youtu.be/TKYPySNKZHo
http://youtu.be/RpfNMbM7jIc

Weight 2 : Leg & Abs & buttock
http://youtu.be/s50vvWgC5yM

Weight 3 : Shoulder & Arm & Back
http://youtu.be/oUychjqfO8I

ขาleg
http://youtu.be/AGYM9Quh9J0

หน้าท้อง
http://youtu.be/HrpW5PliIdU
http://youtu.be/08Bi8hMdwa4
http://youtu.be/1919eTCoESo
http://youtu.be/hxjKZcOT17E
http://youtu.be/7rvQWB2-wB0

เอว
http://youtu.be/HEnqw8MdtEU

รวมเต้นๆ
http://youtu.be/3Gzoxyty0tU
http://m.youtube.com/watch?v=2sc_XrSfQPA

T15
http://m.youtube.com/watch?v=xfpMD4-KmlA

โยคะ
http://youtu.be/iskyDKzaq2k
http://youtu.be/7UpWgS7WtGg

ออกกำลังยามเช้า 10 นาที
http://youtu.be/_1Li3oJNV6o


D.I.Y pilates at home
http://youtu.be/9Dx0xlvcUz4
http://m.youtube.com/watch?v=2GEjVdP2YGk
http://youtu.be/JHBLwB3hh9A
http://youtu.be/IaFIE-eMvV8

󾓚Pilates󾓚
Butt&thigh
http://youtu.be/Womx4TM6p3A
http://youtu.be/OjeveoQgp6I

󾠣Hit Fat burn pilates
http://youtu.be/Womx4TM6p3A

󾆶Total Body-Ć à r d i ö󾆶
http://youtu.be/RL3kcQ-lfqo
http://youtu.be/uNrqrk2xcAo

::Six Pack::
http://youtu.be/ZJ8Zdj0OPMI