วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ทำสวย...ที่พรเกษม ครั้งที่ 3

        ถึงเวลาไปหาหมออีกแล้ว....ทำสวยไม่หยุดยั้ง วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2555 เป็นครั้งที่สามแล้วที่ไปพบหมอที่พรเกษม
ครั้งที่1 : ยิงเลเซอร์รักษาสิวอุดตัน 100 จุด (3,550฿) รวมยาด้วย
ครั้งที่2 : ยิงเลเซอร์รักษาสิวอุดตัน 60 จุด (2,490฿) รวมยาด้วย
ครั้งที่3 : ยิงเลเซอร์รักษาสิวอุดตัน 50 จุด & E Lase 17 0จุด(3,060฿) รวมยาด้วย
      รอบนี้ทำมาหน้าแดงจนชิน แต่ของลองทำเลเซอร์ลบรอยแดง( E Lase) คะ คิดจุดละ 60 บาทเลยนะคะ งานนี้ลองดูเพราะการทำเลเซอร์ลบรอยแดงไม่ใช่ว่าจะทำครั้งเดียวเห็นผล แต่ทุกครั้งที่ทำนี้ รอยแดงจะลดลง 20% ค่อยๆสวยนั้นเอง วันนี้เลยลองทำมาก่อน เน้นที่จุดรอยแดงใหญ่ๆที่แก้มขวา แล้วก็ที่สันจมูก


เข้าไปดูรายละเอียดที่ http://pornkasemclinic.com/e-lase-treatment.html
:: มาดูหน้าหลังจากทำ และของเล่นใหม่กันดีกว่า ::
ทายาชา...รอยิงเลเซอร์สิวอุดตัน
รอยแดงที่จมูก..ลองยิง E Lase - 3จุด
:: มาดูหลังยิงเลเซอร์ทั้งสองแบบเสร็จว่าหน้าเป็นยังไงบ้าง::
หน้าหลังยิงเลเซอร์ และ E Lase(บางจุด) มายังไม่แดงอะไรมากคะ

หน้าแดงมากๆหลังกดสิว..เลือดสาดเลย
แก้มขวามจัดหนักเลย..กดและลบรอยแดงมา
แต่ทำไมมันแดงเลือดสาดแบบนี้





















:: มาดูของเล่นใหม่...กันดีกว่า::

    วันนี้ขอซื้อยาเพิ่มมาพกติดไว้ เพื่อหมด

AS2 : ใช้แต้มสิว เป็นน้ำใส (แอบแสบเหมือนกัน)
SunO : ครีมกันแดด SPF 60 เนื้อไม่เหนียว เนอะ Work
Aloe : ครีมบำรุงให้ผิวชุมชื่น
ZA2 : ใช้ทาสิวผดผื่น 

แป้งอัดแข็ง (Pressed Powder) 
เป็นแป้งอัดแข็งใช้ทาหน้า เป็นแป้งที่ไม่มีรองพื้น (จะได้ไม่เป็นสิวอุดตัน)
มี 3 เฉดสีคะ
C1: ขาวเหลือง
T2 : ขาวชมพู (อันนี้ไม่แน่ใจว่า T หรือ C)
C3 : ผิวคล้ำ

อ้อมเอา C1 มาเพราะชอบขาวเหลือง ไม่มีกลิ่น เนื้อละเอียดดีคะ




       โดยรวมที่ทำหน้ามา 3 ครั้ง อ้อมรู้สึกโอเค กับการรักษานะค่ะ เพราะว่าการรักษานั้นทำให้ต้นตอของปัญาหหายไปจริงๆ คือ " สิว " อุดตัน และ "คันหน้า" ก็หายไป
       โอเค..รอยแดงจากการรักษาก็มีมาบ้าง แต่เราก็ทายา หรือจะทำ E Lase เพื่อลบรอยแดง 
ก็ Work นะค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคง follow ตามหมอไปก่อน^___^







วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ทำสวย...ที่พรเกษม ครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2555
          ถึงเวลาทำสวยแล้วค่ะ หลังจากที่ครั้งแรกไปยิงเลเซอร์รักษาสิวมาจำนวน 100 จุดมาแล้ว เห็นผลถูกใจ แม้ว่าวันแรก อาจจะดูบวม แดง และระบบมากไปหน่อย แต่พอผ่านไประยะ 2-3วันก็เริ่มเห็นว่า สิวอุดตันใต้ผิวหนังมันหายไปจริงๆ ลูบหน้าไปแล้วเรียบ.......คงเหลือแต่รอยแดงที่เกิดจากการกดสิว
แต่ก็โอเคกว่าที่เราล้างหน้ามาแล้วพบแต่จุดปูดๆ ช้ำๆ เจ็บๆ(บ้าง) เต็มหน้าไปหมด
           นึกมะออกซิท่างั้นมาระลึกความ(กลัว)หลังหน่อยคะ

                                                                ::: หนังหน้าก่อนทำ  :::


 ::และเมื่อไปยิงมา 100 จุดก็เป็นแดงๆแบบนี้::           ::และวันถัดมา มาทำงานก็หน้าแบบนี้::













              ::และหลายๆวันผ่านไ ปก็ค่อยๆดีขึ้นคะ(แต่รอยแดงก็ยังมีอยู่) ::

พบหมอครั้งที่2 
    ก็เจอให้ทำเลเซอร์รักษาสิวอีกคะ แต่รอบนี้ก็ราวๆ 60 จุด (เก็บตกที่เหลือๆ) และหมอแนะนำเรื่องแก้ไขเรื่องรอยแดงที่เห็นๆอยู่บนหน้าเรา (ซึ่งเยอะมาก) แนะนำและอธิบายเกี่ยวกับการแก้ไขรอยแดงดังนี้
1.ทายาลบรอยแดง(อันนี้จะใช้เวลานานหน่อย)
2.ใช้วิธี E Lase : เป็นการแก้ไขรอยแดงด้วยเลเซอร์ ทีละจุด(จุดละ60บาท) แต่ต้องทำ 4ครั้งได้
3.วิธี Lite Clean เลเซอร์ทั้งหน้า(ครั้งละ 2500)
      อ้อมเองยังไม่อยากทำไรมากกว่านี้ เพราะเดียวต้องไปต่างจังหวัด กลัวไม่ต่อเนื่องวันนี้เลยทำเรื่องสิวให้เรียบร้อยก่อน เรื่องรอยแดงค่อยมาว่ากันต่อ เลยเลือกวิธีที่ 1 ไป คือทายาลบรอยแดงไปก่อน
ของใหม่...เพิ่มเติมมา
วันนี้เลยทำหน้าอีก 60 จุด พร้อมรับยาเพิ่ม อีก 3 ตัว
(ของเก่าก็ยังคงใช้นะ)

Setแรก
ยาทาก่อนล้างหน้า 10 นาที..กลิ่นเหมือนยานิดๆ
เช็ดเครื่องสำอางค์ ไม่มีแอลกอฮอร์ และน้ำหอม
ยาทาลบรอยแดง ทาเช้าเย็นเลย

ยาทั้งหมดทีต้องทา....เยอะมากแต่ชอบ
2. หน้าหลังยิงเลเซอร์...ยังไม่แดงมากเท่าไร
ปะเราไปเริ่มทำสวยกันคะ>> ปฎิบัติการ..ยิงอีก 60 จุด


1. ทายาชา..สักหน่อยก่อนยิงเลเซอร์

3. หน้าหลังจากกดสิวมา แดงซะ
แต่ไม่เจ็บนะคะ คงเพราะยาชายังอยู่
3. หน้าอีกด้านที่กดสิวมาแดงซะ

น้ำแข็งถุงๆะไว้ปะคบหลังทำหน้าเสร็จ
รวมภาพ...การรักษาสิวด้วยเลเซอร์
        วันถัดมาก็มาทำงานตามเดิม โดยห้ามแต่หน้า ใช้แต่แป้งฝุ่นหรือแป้งเด็กทาหน้าได้หลังทายาเท่านั้น สามารถเขียนคิ้วและตาได้ ...มาทำงานด้วยหน้าที่มีแต่รอยแดงคะ แต่อดทนอีกนิด หน้าจะเนียนเรียบใสแล้ว^____^

หน้าในวันถัดมา...หลังจากที่ไปยิงมาเพิ่มอีก 60 จุด


หมายเหตุ :
 - ค่าเสียหาย 2 ครั้ง คิดเป็นเงินดังนี้
       ครั้งที่ 1 : 3550 บาท (ยิง 100 จุด ยามากมาย)
       ครั้งที่ 2 : 2490 บาท (ยิงเพิ่ม 60 จุด เพิ่มยาใหม่ 3 ตัวและ LCเพิ่ม1)
- เลเซอร์ที่ใช้รักษาสิว ไม่ใช่ช่วงเดียวกับ UV ดังนัั้นคนที่ต้องเลียง UV ไม่ต้องกลัว สามารถใช้วิธีนี้รักษาได้(สาวๆ SLE ไม่ต้องห่วงเรื่องเลเซอร์นี้คะ)

    Next Week มีพบหมอีก แต่อ้อมยังไม่รู้จะว่างไปหรือเป่า เพราะเดียวจะไปตจว.ด้วยยังไม่อยากยิงเพิ่มเลย อยากพักหน้า ก่อน 5555

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ทำสวย...ที่พรเกษม ครั้งที่ 1


วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2555
   จากที่ทานยารักษาโรค SLE ที่กำเริ่มที่ไตจำนวนมากๆตั้งแต่เดือนมีนาคม ก็ประสพพบเจอเรื่องการเปล่ยนแปลงทางสังขาร มากมาย ไม่ว่าจะอ้วน ฉุ หน้าบาน ตัวบวม สิวเคอะ สาระพัด
    สาวๆ คงรับไม่ได้แน่นอน แต่ต้องยอมค่ะ เพราะเราต้องรักษาตัวเอาลมหายใจเราก่อน แต่ตอนนี้ ไต Negative และได้ลดยาเพรดลงเหลือจำนวน้อยแล้ว(1-2 เม็ดสลับวัน) จากเดิมทานวันละ 12 เม็ดนะค่ะ side effect มันค่อยๆออกนะค่ะไม่ช่ายว่าจะมาทีเดียว แต่เอาเหอะ ปลงละ แต่เรื่องสิวนี้เห็นแล้วไม่อยากส่องกระจกเลยต้องหาทางออกหน่อย(ทั้งที่รู้นะว่ามันเกิดจาก ยาและฮอร์โมน และโรคประจำตัว)
    แต่แล้วนู๋อ้อมก้อหาเรื่องปรึกษาพี่ๆน้องชาว SLE CLUB และอ่านข้อมูล ประกอบกับปรึกษาหมอประจำตัว เค้าก็ได้แต่ให้กำลังใจว่าเดียวจะดีเอง เมื่อลดยาน้อยๆ (แต่เรารอไม่ไหวละ)
มาดูหนังหน้าที่เห่อไปด้วยสิว (แบบไม่แต่งภาพเลย)
สภาพหนังหน้าที่เต็มไปด้วยสิว...หลังล้างหน้า
     ก็เลยตบเท้าเดินหน้าไปที่ พรเกษม เพื่อปรึกษาเรื่องหน้าแย่ๆ พร้อมอธิบายเงื่อนไขเราที่มีโรคประจำตัวคือ SLE และ การทานยาประจำ
    เข้าไปพบคุณหมอ ที่พรเกษมค่ะ (มีพี่สาวใจดีนแนะนำมา) ขอพบ
พญ.ประสมศรี สวัสดิ์อําไพรักษ์
พบ. วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง (ตจวิทยา)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Dermatologist)

เข้าไปพร้อมหน้าทียังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางค์ แต่หมอพอมองออกว่าเป็นเยอะแค่ไหน พร้อมเล่าเรื่องเงื่อนไขของตัวเองว่า
นู๋มีโรคประจำตัวคะ...คือ SLE และพึ่งลงไตไป
นู๋ทานเพรดนิโซโลนจำนวนสูง (12 เม็ด) นานพอสมควรคะ
นู๋คันหน้าคะ
นู๋ไม่เคยเป็นสิว Over แบบนี้ จนสงสัยว่านี้มันสิวจากอะไรกันแน่
......บร้า ๆบร้าๆ ไปเรื่อย.....

แล้วคุณหมอก็ชี้แจ้งให้ฟังดังนี้ 
สาเหตุของการเกิดสิว เกิดได้จาก
  1. ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป
  2. ยาบางชนิด
  3. เครื่องสำอางค์ และการทำความสะอาด 

วิธีการรักษาสิว มีดังนี้
  1. ทายา(อันนี้จะเห็นผลช้าและใช้เวลา และอาจจะเกิดสิวได้อีก)
  2. ทานยา (อันนี้หมอไม่แนะนำให้อ้อมทำเพราะอ้อมมีปัญหาที่ไต)
  3. ฉีดสิว(ก็แบบที่เป็นสิวอักเสบเม็ดโตๆแล้วก็ฉีดซะเลย ยุบไว แต่เหมาะกะคนสิวไม่มาก
  4. การทำเลอเซอร์รักษาสิวอุดตัน*** หมอแนะวิธีนี้เพราะอ้อมสิวอุดตันจากยา และหลายเหตุเยอะมาก ปล่อยไว้มีผิวเสียแน่

 Oh my God เลเซอร์กับนู๋อ้อม สาวน้อย SLE นี้จะถูกกันหรอ งั้ันมาดูรายละเอียดกัน

การรักษาสิวอุดตัน การรักษาสิวอุดตันทั่วไปรักษาโดย 

1. การรักษาสิวอุดตันโดยการใช้ยาสลายหัวสิว (comedolytic) โดยใช้ยากลุ่มดังกล่าวทาบริเวณหัวสิว แต่ต้องใช้เวลานานในการรักษา

2. การรักษาสิวอุดตันโดยการกดสิว วิธีการรักษาแบบนี้ได้ผลดีแต่มีเลือดออก กรณีที่สิวอุดตันมีหัวสิวที่มีขนาดใหญ่อยู่ลึก และมีจำนวนมาก ไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีนี้

3. การรักษาสิวอุดตันโดยใช้วิธีจี้ด้วยไฟฟ้า การรักษาด้วยวิธีนี้ไม่เป็นที่นิยม เพราะมีโอกาสเป็นแผลเป็นได้
การรักษาสิวอุดตันโดยวิธีดังกล่าวข้างต้น ไม่
ว่าเป็นการรักษาโดยการใช้ยาสลายหัวสิว การกดสิว หรือการจี้ด้วยไฟฟ้ายังมีข้อเสียในการรักษา และเกิดผลข้างเคียง

"ดังนั้นจึงมีการพัฒนานวัตกรรมนวัตกรรม ในการรักษาสิวอุดตันที่มีประสิทธิภาพ ในการรักษาสูง และไม่เกิดผลข้างเคียง"


การรักษา สิวอุดตันด้วยนวัตกรรม CO2 ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทางผิวหนัง (Dermatologist)
นวัตกรรม CO2 จะเปิดช่องให้สิวอุดตันหลุดออก ให้ผลการรักษาสิวอุดตันที่อยู่ลึก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดรอยแผลเป็น ไม่มีเลือดออก

    ข้อดีของการรักษาอุดตันด้วยนวัตกรรม

  • เหมาะสำหรับในกรณีที่สิวอุดตันมี จำนวนมาก และอยู่ลึก
  • ให้ผลการรักษาที่รวดเร็ว ปลอดภัย
  • ได้ผลการรักษาดีกว่าการกดสิว
  • ไม่เกิดรอยแผลเป็น
  • ไม่มีเลือดออก
รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูที่เวบนี้คะ
http://pornkasemclinic.com/co2-laser.html

     โอเคคะ ว่าไงว่ากัน ยังไงก็ตบเท้าเดินมาผู้เชียวชาญทางด้านผิวหนัง(สโลแกน พรเกษม) เอาไงค๊าหมอ หมอบอกว่า ก็ทำเลเซอร์ 100 จุด(จุดหละ 25บาท) แล้วก็ห้ามแต่งหน้า และให้อ่านข้อห้ามดัง(รูป) คือ
ข้อห้าม 
เครื่่องสำอางค์ทีควรหลีกเลี่ยงตลอดไป (สำหรับคนที่เป็นสิวง่าย)
1.โฟมล้างหน้า สบู่เหลว สบู่ยา
2. ครีม โลชั่น ทุกชนิด น้ำมัน(ออยล์ประเภทต่างๆ)
3. แป้ง UV หรือแป้งผสมรองพื้น ครีมลองพื้น
4. แชมพูผสมครีมนวดสมุนไพร วิตามิน หรือสารปรับสภาพเส้นผม(ในรายที่เป็นสิวบริเวณชายผม)
::ข้อแนะนำ::
ครีมนวดผม สเปรย์ มูส โฟม เจล และน้ำมันใส่ผมไม่ควรสัมผัสกับผิวหน้า
ควรล้างมือ หลังจากใช้น้ำมัน หรือโลชั่นทาตัวทุกครั้ง (เพื่อป้องกันไม่ให้สารเหล่านั้นมาสัมผัสกับผิวหน้า)
::เครื่องสำอางค์ที่ใช้ได้::
1.แป้งฝุ่น หรือ แป้งอัดแข็ง (Pressed Poder)
2.ที่ปัดแก้ม ที่เขียนคิ้ว เขียนตา ลิปสติก


       ได้เห็นดังนั้น ก็ถามตัวเองว่าโอเคไหมนะ เลี่ยงได้ ทำได้นะ ยอมรับได้ไหม หากทำแล้วมันแดง(เพราะมีเลเซอ) แต่คิดไปคิดมา ตอนแรกกะเลือกวิธีแรก คือทายา แต่คิดอีกทีคงไม่ต่างกะทีทาภายนอกบรรเทาไม่หายซะที่ งั้นจัดหนักเลย ขอวิธีที่ 4 คือการรักษาสิวอุดตันด้วยเลเซอร์ Co2 ซะทีดิ
ไม่มีอะไรให้เสียแล้ว....นอกจากเสียตังค์^_____^

มาเริ่มการรักษาเลยดีกว่า.....
1. เข้าไปห้องด้านหลัง เค้าจับเราเจาะสิว เพื่อให้คุณเอาไปดูว่ามีการติดเชื่อหรือไม่(อ้อมไม่มีเชื่อ แต่เป็นสิวอักเสบ)
2. รอฟังผล และพร้อมฟังหมอ และจ่ายยา
3. เช็คหน้า เครื่องสำอางค์
4. ทำการทายาชา เตรียมยิงเลเซอร์ (เป็นครีมขาวๆทาทั่วบริเวณที่จะทำ) แล้วเอาแผ่นใสมาคลุม
5. นั้งรอให้ยาชาออกฤิทธ์
6. ขึ้นเขียง เยยยยย ไม่ใช่ขึ้นเตียง เตรียมยิงเลเซอร์ด้วยคุณหมอ ระหว่างทียิ่งจะมีลมเย็นตลอดการยิง แล้วมีผู้ช่วยคอยนับจำนวนการยิงแต่ละช็อตคะ งานนนี้ 100 จุดคะ (แอบมีแถมมา 6-7ด้วย)
7.ไปกดสิวต่อ เป็นการจบสิ้นการทรมานหน้า 555
8. ทายาให้ (น้ำใสๆไม่แสบ)
     ก่อนกลับเค้าให้น้ำแข็งมาประคบหน้า และ หน้ากาก(ผ้าปิดปาก) ไว้ใส่อำพลางหน้าแดงๆ(มากๆๆๆๆ) เพื่อไปเดินไหนต่อ แต่มองตัวเองในกระจกก็ไม่กล้าไปไหน มุ่งหน้าสู้ลาดจอดรถ และกลับบ้าน

วิธีการทายา

เริ่มรักษากันคะ

ทายาชาทั่วหน้าเลย

นั้งรอ และ ยิงเลเซอร์ แล้วก็ไปกดสิว กลับบ้าน และเอายามาทาซะ


มาดูยากันดีกว่า...ได้มาหลายหลอดเลยคะ พร้อมสูตรการใช้งาน ^_^

หน้าหลังจากทำหน้ามาแดงมากๆ กด มาทั้งหน้า


ยามากมาย พร้อมโพยการทา เช้า - เย็น
  1. สบู่ล้างหน้า (X9)         
  2.  AS2 แต้มสิว  >>> แอบแสบเวลาทา    
  3.  AFS ทา 7 วันทั่วหน้า  
  4.  Aloe ทั่วหน้า  
  5. ZA2 ทั่วหน้า 
  6. Suno (กันแดดทาตอนเช้า) 
  7.  LC1 (ทาบริเวณทำเลเซอร์)


ยาทาเช้าเย็น 
เปิดตลับเจอ เจลใสๆ

ยาทาสำหรับคนทำเลเซอ...เหมือนขี้ผึ้งเลย








มาดูหน้าหลังทำเสร็จชัดๆกัน
แดงแป๊ดๆเลยคะ...เห็นแล้วแทบช๊อค 100 จุดมะแดง ซะ


อันนี้หน้า หลังจากตื่นนอน แดงน้อยลง
อันนี้ทุกมุม หลังจากรักษาหน้าด้วยเลเซอร์เสร็จ





      แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำการดูแลหนังหน้าดีๆ อย่าไปตากแดด และ ทายาตลอด เดียวแผลตกสะเก็ตจะได้สวยๆ แต่ว่า ไม่ได้แต่งหน้ามาทำงาน เลยปกปิด จุดแดงไม่ได้เลย ทนต่อการตอบคำถามคนมากมายๆ^___^ แต่ที่สำคัญ " นู๋อ้อมไม่คันหน้าแล้ว" สงสัยหนองสิวออกไปแล้ว เลยไม่คัน 5555

วันนี้เลยมาทำงานแบบ ไม่มีแป้งรองพื้น เลยแต่งได้แต่ตา กะคิ้วคะ แดงๆๆๆๆแต่ไม่คันนะ

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พบหมอ::เดือนตุลาคม 2555 ไตปกติแล้ว

      เดือนตุลาคมอีกแล้ว   ถึงเวลาต้องไปพบหมอเดือนนี้รีบๆ เร่งๆไปหมดเลย รอบการพบหมอก็ใกล้กะรอบทีจะมีรอบเดือนร่างกายก้ออ่อนเพลีย สิวก็เห่อ นอนก็น้อย โอ้ เยอะแยะข้อกังวลไปหมด   แต่เอานะ ยังไงก็ต้องไปพบ เลยต้องรีบไปเจาะเลือด และเก็บปัสสาวะ ตามที่หมอขอ อ้อมเลยรีบไปก่อนเมนส์จะมา หุหุ
นู๋อ้อมสู้ๆ...ก่อนไปเจาะเลือด 


เจ็บตัวแล้ว...เจาะเลือดเรียบร้อย


ปัสสาวะ ใสแจ๋ว...น่าจะไม่มีอะไรมาปนเปือนนะ 
ไปหาหมอ สรุปใจความได้คร่าวแบบนี้คะ
  • ไต : Negative แล้ว และหมอบอกว่าตอนนี้ไตหายแล้่ว ปกติแล้วเย้ๆ^_^
  • ผลเลือด : ดีมากๆ ปกติสุด
        เลยให้ลดยาเพรดนิโซนโลนเป็น 1 และ 2 เม็ด สลับวันคู่ คี่ไป เป็นเวลา 1 เดือน และทาน ไฮดรอกซี่คลอโรควิน 1 เม็ดก่อนนอน ส่วนพวกยาบำรุง พวก cal,Zicn,Vit C ก็ทานได้ตามปกติ

...เรื่องสิว : มันคือสิวสเตรอย เดียวลดยาลงเรื่อยจะดีเอง
...เรื่องน้ำหนักตัว : ตอนนี้จะยังไม่ลดลง(ทันที) แต่ตามจุดต่างๆที่สะสมตามร่างกายจะไม่มีเพิ่ม คือแก้มจะตอบลง หน้าบานน้อยลง แต่มวลมันยังไม่หายไปนะ ค่อยๆ
...เรื่องออกำลังกาย : เลือกทางสายกลาง อย่าหักโหม ค่อยๆออกไป แบบสม่ำเสมอ 
...เรื่องอาหาร : ค่อยๆลดแป้ง แต่ไม่ใช่อดอาหาร ทานคบทุกมื้อแต่ลดแป้งลงเรื่อยๆ ทานข้าวดีกว่าทานหนมปัง
... โดยรวมอ้อมมีสัญญาณที่ดี ไม่ว่าจะเป็นผมขึ้นใหม่เยอะมาก(แม้มันจะเปลี่ยนรูปไป เป็นผมเส้นใหญ่กว่าเดิม แอบยักศกนิดหน่อย) ดูมีเรียวแรง และผลเลือดและปัสสาวะอยุ่ในเกณฑ์คนปกตินานแบบนี้จะเข้าใกล้ความจริงแล้ว คือโรคจะสงบ      
       หมอบอกว่า ปี2ปีแรก มักจะมีผลแกว่งไปบ้าง แต่หากคุมอยู่และเรียนรู้อยู่กับเค้า SLE จะสงบเอง ซึ่งอ้อมโชคดีมากๆ ที่เจอแค่ยาสเตรอยก็เอาไตอยู่แล้วผลตอบกลับดีหมดทุกอย่าง แนวโน้มดีแล้ว ค่อยๆปรับตัวไป ^___^มาดูผลเลือดกันคะ   :: ผลตรวจเลือด ::
>>>

WBC : การนับจำนวนเม็ดเลือดขาว (ปกติ 5-10  10^3/ul)   
- DEC : 6.3     - Jan : 2.9   - Feb : 3.5   - Mar : 3.3          April : 16.0   - May :  11.6   
-  May/2 : 9.2  - Jun : 9.2   - July : 8.1   - Aug : 6.7          -Sep : 11.5    - Oct :  6.1

 HGB : คือการวัดปริมาณ Hemoglobin ในเม็ดเลือดแดง (ดูว่ามีภาวะโลหิตจางไหม) (ปกติ 12-16 g/dl)          

 - DEC : 13.2    - Jan : 12.2    - Feb : 12.4           - Mar : 11.8           - April : 12    - May : 13.2   
 - May/2 : 14.1  - Jun : 13.2    - July : 12.8           - Aug : 13.0          -Sep :   13.3      - Oct :12.3

 HCT : คือ การวัดเปอร์เซ็นต์ของปริมาตรเม็ดเลือดแดงในปริมาตรเลือดทั้งหมด  (ส่วนใหญ่จะประมาณ 3 เท่าของค่า HGB) (ปกติ 37-47 %)         

 - DEC : 39          - Jan : 37          - Feb : 38          - Mar : 35          - April : 37          - May : 39   
 - May/2 : 41       - Jun : 39          - July : 38          - Aug : 40          -Sep : 40            - Oct :37

Platelet Count (PLT) : คือการนับจำนวนของเกร็ดเลือด ต่อ mL ในเลือด (เกร็ดเลือดมีความจำเป็นที่ทำให้เลือดแข็งตัว) (ปกติ 150-450  10^3/ul)          

 - DEC : 229    - Jan : 204         - Feb : 224           - Mar : 215           - April : 325    -  May :  309
-  May/2 :313  - Jun : 241  - July :  284          - Aug : 255          -Sep :  334     - Oct : 253


:: ผลตรวจปัสสาวะ ::
  • Protein(PRO)   Negative
  • Blood              Negative 
      ว่าไป ตอนนี้น้ำหนักก็ยังเยอะ แต่ตัวกะหน้าเริ่มเล็กลงคะ เพราะเจอการสะสมขอไขมันที่เกิดจาก side effectของยา เลยต้องใจเย็นๆค่อยลดไป  และเจอเรื่องสิว ที่เห่อเยอะไปหมด ยิ่งช่วงใกล้มีรอบเดือน หน้าเหมือนตุ๊กแกเลยค่ะตั้งแต่เป็น SLE       
        ต้องใจเย็นนะค่ะ เป็น SLE จะให้เห็นผลปรี๊ดปร๊าดเลยคงยาก แต่อยากจะแชร์ เรื่องหนังหน้าตัวเองมากๆ ตอนนี้สิวเคอะเลยคะ บางคนก็บอกว่า เป็นผลจากการทานสเตรอยนานๆ (สิวสเตรอย) บางคนก็บอกว่าแพ้อาหาร เครื่องสำอางค์ บางคนก็บอกว่าฮอรโมนเพี้ยน ....สรุป ใจเย็นๆ ค่อยๆแก้กันไป หนังหน้าเสียโฉม แต่ใจยังสู้เกิน 100...
 --" เหอๆ หมดสวยกันงานนี้ ^_^