วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

ปลูกเห็ดกล่อง...กันเถอะ >> ภาคต่อ

จากความเดินตอนที่แล้ว

ปลูกเห็ดกล่อง...กันเถอะ >>ภาคแรก

http://aomy12.blogspot.com/2014/03/blog-post_3.html

เราได้กล่าวถึงประเภทของเห็ดไปแล้ว
พร้อม Update รายละเอียดการปลูก การดูแลของน้องเห็ดกล่อง แบบคร่าวๆไปแล้ว
ภาคต่อวันนี้จะมาเล่าถึงรสชาต5555 ใช่แล้วคะ คร่าวนี้เราจะมาอวดเมนูเด็ดๆจากการเด็ดเห็ดกินของเราเอง

จากวันแรกที่เริ่มปลูก  : วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม 2557 >> โดยปลูก เห็ดฮังการี และ เห็ดนางนวลไปค่ะ  ก็ค่อยๆฉีดน้ำ 2 เวลา(จริงต้อง 3 เวลา) แต่เราไปทำงานเลยได้เจอน้องเห็ดตอนเช้า และตกค่ำ

ก่อนอื่น มา Update น้องเห็ด ...ผ่านไป 5 วัน (วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2557) ตอนกลางคืนนะค่ะ
มาดูน้องเห็ดทั้งสอง แม่เจ้า โต บานสะพรั่งเลยค่ะ
เห็ดฮังการี ออกมาสะพรั่งเลย เต็มมือเลย


เทียบกะเหรียญ 10 บาทเรา 

เห็ด 2 ชนิด บานสะพรั่ง

มองด้านข้าง

อวบอิ่มมาก

รวมๆ จะเห็นได้ว่า พรุ่งนี้ก็ทานได้แล้ว คืนนี้นอนฝันถึงเมนูกันเลยค่ะ



อรุณซาหวาด.....เช้าวันเสาร์ที่แสนแจ่มใส เราแวะไปหาน้องเห็ดกันดีกว่า


จนวันสุดท้าย : เช้าวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม 2557 >> เช้านี้แวะมาชื่นชมตามเคย 


เอาละ เตรียมตัวทำครัวกันดีกว่าค่ะ

ขั้นตอนการนำน้องเห็ดออกมาต้ม ยำ ทำ แกง

1. ใช้มือของเรานี้ละค่ะ ค่อยๆ โยก และดึงน้องเห็ดออกมาจากปากกล่อง เบาๆนะค่ะ 




2. เมื่อดึงออกเสร็จแล้ว ลองส่องดูว่าในรูมีรากของน้องเห็ดเหลือไหม หากมีค่อยน้ำปลายช้อนเขี่ยรากเก่าออกให้หมดค่ะ เพื่อให้คร่าวหน้างอกใหม่ได้



3. หลังจากที่เราเด็ดเห็ดไปนั้น ต้องทำการพักเห็ด ไป 5 วันคือไม่ทำการฉีดน้ำอะไรเลย แล้ววันที่ 6 ค่อยเริ่มฉีด เพื่อให้เห็ดงอกใหม่ (รอบ2) ได้ต่อไปค่ะ 


::สรุปแล้ว:: 
   ใช้เวลา ไม่ถึง อาทิตย์ก็ได้น้องเห็ดมาปรุงอาหารแล้ว และได้ดอกใหญ่ สด สะอาด และคุณค่าทางอาหารไม่หายไปไหนเลย
วันนี้เลยนำมาทำเมนู....ต้มยำปลากระพง หน้าตาเป็นอย่างไร ไปชมกันค่ะ




วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

ปลูกเห็ดกล่อง...กันเถอะ >>ภาคแรก

ปลูกเห็ดกล่อง...กันเถอะ
......
ก็แค่อัด(น้ำ)ตูดออกปาก(กล่อง)
.....


::เห็ดมี4ชนิดคะ::
1.นางนวล(สีชมพู)-->กล่องชมพู >> สนุก
2.ฮังการี่(สีขาว)-->กล่องม่วง  >> ง่าย
3.ภูฐาน(สีน้ำตาล)-->กล่องฟ้า  >> อร่อย
4.เป๋าฮื้อ(สีออกส้มๆ)-->กล่องส้ม >> ท้าทาย (ยาก)








::วิธีการปลูก::
1."ฉีก" ฉีกตามรอยปรุด้านหน้า และด้านหลังชุดปลูก
2."เปิด" เปิดฝาพลาสติกที่ปิดหัวเชื้อออก
3."แคะ" ดึงสำลีที่ปิดจุกออก และใช้ช้อนแคะข้าวฟ่างออกเบาๆ จนหมด
4."ฉีด" ฉีดน้ำด้วย foggy เข้าช่องด้านหลังวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
5."หลบ" วางกล่องชุดปลูกหลบจากกแสงแดดโดยตรงให้พอมีแสงเล็กน้อย
6."รอ" หมั่นฉีดน้ำทุกวัน และรอประมาณ 10 วัน เห็ดก็จะออกมา
7."เก็บ" เมื่อเห็ดโตเต็มที่ใช้มือดึงที่โคนเห็ดให้หลุดออกจากชุดปลูก
8."เขี่ย" ใช้ช้อนเขี่ยรากที่เหลือออกจนหมด ระวังอย่าให้ลึกจนเกินไป
9."ฉีด" ฉีดน้ำดูแลต่อไป หากดูแลได้ดีเห็ดอาจจะออกมาได้ถึง 3 รอบ

วันนี้เราจะมาปลูก เห็ด 2 ชนิดกันคะ
1.นางนวล(สีชมพู)-->กล่องชมพู >> สนุก
2.ฮังการี่(สีขาว)-->กล่องม่วง  >> ง่าย
ก่อนจะปลูกมาสำรวจแพคเก็ตกันซะหน่อย มีรายละเอียดอะไรบ้าง

ที่ปลูกของอ้อมไม่ได้หรูหราอะไรบ้าง ก็ระเบียงของบ้าน Town Home เล็กที่แสงแดดไม่ส่องถึง(เท่าไร)

 มาเริ่มกันเลยดีกว่า หันหน้า หันหลัง ดูตามรูป แกะมันออกท้างหมดเลยค่ะ ตามรอยปะ


 เปิดด้านหน้า(หรือด้าน A)ตามรูปจะพบจุกเขียวๆที่ปิดทางให้เห็ดโผล่ออกมา

       เราทำการดึงเศษผ้า หรือสำลีออก จะพบชั้นถัดไปที่เป็นเหมือนเม็ดฟางหรือเม็ดข้าวโพด ทำการเขี่ย(อย่างเบามือ)ออกแต่ไม่ต้องถึงขั้นขุดนะค่ะ เด่วจะไม่เหลือเนื้อเหยื่อให้น้องเห็ดเราโตพอดี
จากรูป เขี่ยเศษผ้า หรือสำลีออก เขียเม็ดๆฟางออก จะเห็นเนื้อเยื่อขาว(ไร้เม็ดฟาง) 

เมื่อด้านหน้า(ด้านเอ)เรียบร้อย เราก็หันด้านหลัง(ด้านบี) รูปหยดน้ำ ทำการนำ Foggy ฉีดน้ำเข้าไปค่ะ ฉีดให้ช้ำเลย 3 เวลาค่ะ 
มี Tip นิดนึง หาผ้าขนหนูชุ่มน้ำ มาลองที่กล่องจะได้ชุ่มชื่น หากกลัวแสงแดดเยอะ ก็ทำการหากล่องใหญ่ๆมาครอบเค้าอีกที่ก็ได้ค่ะ 
แค่นี้ก็เป็นที่เรียบร้อยค่ะ 

::คุณสมบัติ::
เมื่อรับประทานเห็ดตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไป จะมีสรรพคุณ ดังนี้
-ช่วยล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่ในตับ และบำรุงตับ
-ลดอนุมูลอิสระที่จะเกิดขึ้นเป็นเซลล์มะเร็ง
-ร่างกายสามารถดูดซึมโปรตีนจากเห็ดไปใช้งานได้ง่ายกว่าเนื้อสัตว์ โปรตีนจากเห็ดจะไปสร้างกรดอะมิโนที่บำรุงสมอง และปรับสมดุลของการสร้างเซลล์ใหม่ในร่างกาย


:: ราคาขาย และ การจัดส่ง :: 
    เห็ดทั้ง 4 ชนิด คิดกล่องละ 150บาทค่ะ ราคาส่งตามน้ำหนักคะ แต่หากสนใจรับเยอะคุยกันได้ค่ะ
 
                    



::มาดูผลงานกันดีกว่า::
ตัวอย่างอันนี้ เป็นเห็ดนางนวล (สีชมพูแสนสวย)



แค่ 2-3 วันก็ได้เจอน้องเห็ดแล้ว
แค่ 5 วันก็โตใหญ่เลย
และแค่ 6 วันก็บานใหญ่ พร้อมหาเมนูไว้ให้หม่ำน้องเห็ดเราเลย

เห็นไม๊ค่ะ ก็แค่อัด(น้ำ)ตูดออกปาก(กล่อง) ก็ได้เห็ดฝีมือเรา มาหม่ำ แถมมีประโยชน์ค่ะ
สนใจติดต่อสอบถามได้ค่ะ 
1.นางนวล(สีชมพู)-->กล่องชมพู >> สนุก
2.ฮังการี่(สีขาว)-->กล่องม่วง  >> ง่าย
3.ภูฐาน(สีน้ำตาล)-->กล่องฟ้า  >> อร่อย
4.เป๋าฮื้อ(สีออกส้มๆ)-->กล่องส้ม >> ท้าทาย (ยาก)




วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

พบหมอ_ต้อนรับปี2557 & ตรวจตา-หยุดยาไฮดรอกซี่คลอโรควิน

สวัสดีปีใหม่ 2557 ไม่ได้เขียน Blog เสียนานเลยค่ะ มั่วแต่ยุ่งเรื่องเตรียมงานแต่ง

วันนี้ 10กุมภาพันธ์ 2557 ซะแล้ว
ขอUpdate

  1.  ไปพบหมอทีรามาเรื่องผม : Ok แล้วไม่ต้องฉีดยาและให้ยาทาพอ
  2.  ไปหาหมอ SLE : ผลเลือดดีมาก ผลปัสสาวะดี สรุปที่รักษากันมา ดีที่สุด สงบแล้ว

หมอแนะนำเรื่องการมีบุตร หมอบอกว่ามีได้ โรคสงบเกิน 6 เดือนก็มีได้
ยาทีทานอยู่ตอนนี้ เพรด และ ไฮดรอกซีคลอโรควิน 1 เม็ดวันเว้นวันนั้น
  •  ยาเพรดไม่มีผลต่อทารก(ผ่านรก) ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ทานโดสน้อยมาก
  •  แต่ยาไฮดรอกซี่ ทานอยู่มีผลต่อจอตาเด็ก 
งั้นควรรีบไปตรวจตา ลานตา และจอประสาทตา แล้วเรามาคุยกันนะ ปกติควรพบหมอจักษุ ปีละ 2 ครั้ง
สรุป หมอ SLE ไม่ลดยาอะไรเลยแต่ให้ทานเท่าดิม




เมื่อมีเวลาสะดวกเลยต้องรีบไปตรวจตา
เมื่อวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557

     เสาร์นี้รีบไปแต่วัน หลังจากที่อิดออดมาหลายที่แล้ว ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย
ไปถึงก็ราว เก้าโมงกว่าๆ ไปก็เริ่ม
ไปตรวจสายตา ตามปกติ
แล้วไปเข้าเครื่องตรวจ ลานตา (มองจุดไฟในอุโมงค์)
รอบแรก (ย้ำว่ารอบแรก)
รอบนี้ มองไฟสีขาว แล้วกด >> แสบตามมาก ใช้เวลานานพอตัว
แอบสงสัยว่าทำไมรอบนี้ไฟสีขาว แสบตาจัง

เสร็จ มานั้งรอ ปกติจะหยอดตา เพือขยายม่านตา จะได้ให้หมอดูจอประสาทตา แต่ไหนได้ หมอเรียกเราก่อนเลยเดินไปแบบงงๆ

       คุณหมอทักทาย เราก็ยืนงง แล้วบอกว่า หมอค่ะนู๋ยังไม่ได้หยอดตาขยายม่านตาเลยค่ะ หมอเลยถามว่าตอนนี้ทานยาอยู่เท่าไร อาการเป้นอย่างไร...เราก็สาธยายให้ฟัง บอกว่า ทานยาโดสเยอะช่วงนึง ที่ลงไต
        หมอก็ร้อง อ้าวลงไตมาหรอ ดูไม่ออกเลย และทานไฮดรอกซี่มาตั้งแต่ ปี 2554 ค่ะ นี้ก็ ได้ลดลงบ้างแต่ยังไม่หยุดยาค่ะ
        หมอก้มดู lap ที่ตรวจลานตาแล้วบอกว่า เอ๊ะ นี้Lap ทำมาผิดนี้ ต้องตรวจแบบแสงสีแดง ไม่ใช่สีขาว
T_T อะไรนี้ทำผิดหรอนี้ ดีนะไม่ได้หยอดตาก่อน ไม่งั้นจบกัน
      เลยเดินออกไปตรวจวัดลานตาใหม่ 
รอบสอง >>> มองไฟสีแดง(คุ้นเคยละ) 5555
แล้วพอตรวจลานตาเสร็จ ก็หยอดตา ให้ม่านตาขยาย และฟังผล


รอหมอเรียก และพอเข้าไป พบว่า
กินยาแล้วเริ่มมีประสาทตาผิดปกติเล็กน้อย >>> สมควรหยุดยาคลอโรควิน
อืมส่วนตัวเราดูไม่ออกหรอกค่ะว่าเป็นอย่างไร
แต่พอทราบมาตลอดว่ายาตัวนี้นั้นมีผลข้างเคียงกะจอประสาทตา
คุณหมอ SLE เลยมั่นให้เราพบจักษุแพทย์
อืม...เอาไงดีละ

        งั้นต้องไปหาหมอ SLE ว่าหมอคิดเห็นอย่างไร แต่ หมอนัดอีกที่ โน่น มีนาคมละ เราจะหยุดยาเองดีไหมความคิดเต็มหัวไปหมด
         เช้าวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 โทรไปตามทางโรงบาลว่ารบกวนตามเคสนี้ให้หน่อย
พอสายๆ คุณหมอโทรมาหาเราเลย

     หมอ SLE โทรมาบอกว่า จากผลที่ผมดู ผมขอให้อ้อมหยุดยาไฮดรอกซี่คลอโรควิน....

      OK ตอนนี้ ยาที่ช่วยคุมโรค SLE จะหยุดไป ก็ไม่ต้องตกใจ แต่ดีกว่า ประสาทตาเสียไปมากกว่านี้ ปกติคนทานยาไฮดรอกซี่ราว 3 ปีถึงจะมีต่อตา แต่อ้อมอาจจะมีผลไว แต่ไม่เป็นไร ผมอนุมัติให้หยุด ตาก็ไม่เป็นไรมาก 
      หมอบอกว่า ไฮดรอกซี่ช่วยคุมโรค พวกผมร่วง ผิว และข้อ ไฮดรอกซี่ช่วยได้ แต่ไม่มียาอะไรมาแทนไฮดรอกซี่ได้....แต่เคสอ้อมไม่ต้องกลัวมาก ไม่กำเริมง่ายๆ ดูแลตัวเองดี หากมีอะไรไม่ดี มาพบผมได้

    อืม....ได้หยุดยานู๋ก็ดีใจ แต่อ้อมบอกตัวเองว่า ต้องดูแลตัวเองดี ให้น้อง SLE ไม่งอแง จะได้ไม่ต้องพึ่งพายาตัวนี้อีก เอาเป็นว่าเป็นโชคดีของเรา ดังนั้นเราต้องดูแลความโชคดีให้ดีตลอดไป
  สาธุ ยาได้กำเริบ(มาที่ระบบ ผม ผิว ข้อ)อีกเลย โอมห์เพี้ยง

เลยได้แงคิดว่า...อย่าอิดออดไปตรวจตา ตามที่หมอแนะนำ 5555